เปิดอย่างเป็นทางการ “งานฤดูร้อนและงานกาชาดจังหวัดสงขลา” ประจำปี 2562 ประชาชนและนักท่องเที่ยวแห่ร่วมงานอย่างคึกคัก เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความสุขจากการเป็นผู้ให้ โดยงานจะมีไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน นี้
วันนี้ (20 เม.ย. 62) ที่เวทีกลาง สระบัวแหลมสมิหลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยนางอัญญาณี เพ็งจันทร์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา เปิดงานฤดูร้อนและงานกาชาดจังหวัดสงขลาประจำปี 2562 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 - 30 เมษายน 2562 โดยมีนายราชิต สุดพุ่ม นายศักระ กปิลกาญจน์ นายไพโรจน์ จริตงาม นายอำพล พงศ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก
นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า งานฤดูร้อนและงานกาชาดจังหวัดสงขลา ได้ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและองค์กรสาธารณกุศลร่วมกันจัดงาน ซึ่งที่ผ่านมาเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา กิ่งกาชาดอำเภอ คณะกรรมการ สมาชิกทุกคนรวมทั้งยุวกาชาด ได้ทุ่มเทสรรพกำลังทั้งมวลเข้าร่วมในกิจกรรมสาธารณกุศลในด้านต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ผู้ยากไร้และประสบเหตุเภทภัยโดยเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลาได้ออกปฏิบัติหน้าที่เคียงบ่าเคียงไหล่กับหน่วยงานภาครัฐอย่างทุ่มเทและเสียสละเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามคำขวัญที่ว่า "เราช่วยกาชาด กาชาดช่วยเรา" ทั้งนี้เพื่อให้สงขลาเป็นเมืองแห่งความสุขและในปีนี้ได้เลื่อนการจัดงานขึ้นมาในห้วงเดือนเมษายนเพื่อจะได้ย้อนไปในอดีตที่พี่น้องชาวสงขลาเรียกกันว่า " งานฤดูร้อน" นั้นเอง
ด้านนายราชิต สุดพุ่ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้เพื่อร่วมอนุรักษ์งานประเพณีของจังหวัดและได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมการกุศลกับเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลาปีละ1 ครั้ง เพื่อนำมาช่วยเหลือสังคม อาทิ การรับบริจาคโลหิต การรับบริจาคดวงตา รับบริจาคอวัยวะ การร่วมช่วยเหลือ ผู้ประสบสาธารณภัยในพื้นที่ทุกอำเภอ การมอบสิ่งของ เครื่องอุปโภค บริโภค ช่วยเหลือศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก นักเรียนนักศึกษา คนชรา ผู้สูงอายุ คนพิการทุพพลภาพ ผู้ยากไร้รวมถึงผู้ต้องขัง การมอบเงินสนับสนุนมูลนิธิ พอ.สว. การตรวจเยี่ยมนักเรียนและผู้ป่วยในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี และโครงการอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งจังหวัดสงขลาตระหนักดีว่าทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมกิจกรรมการกุศลกับจังหวัดสงขลาด้วยการซื้อบัตรนาวากาชาดจังหวัดสงขลาเป็นประจำทุกวันตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2562โดยรายได้ทุกบาททุกสตางค์จะนำเข้าสมทบกองทุนการกุศลของเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลาเพื่อนำเงินไปสงเคราะห์ช่วยเหลือสังคมและพี่น้องชาวสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง
สำหรับกิจกรรมได้มุ่งเน้นการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมของภาคใต้ เช่น การแข่งขันชกมวยศึกจ้าวงานแหลมสงขลา ศึกสันติสุขชายแดนภาคใต้ กิจกรรมการแข่งขันกีฬาม้า โชว์ลีลาม้า แต่งแฟนซีม้า การแข่งขันม้าอ้อมถัง ซิกแซก ความเร็ว การส่งเสริมเยาวชน ประชาชนให้มีส่วนร่วม เช่น การประกวดมิสแกรนด์รอบตัดสิน การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน การแสดงดนตรีจากนักร้องชื่อดังและการจัดนิทรรศการเพื่อให้ความรู้ แก่ประชาชนเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ ส่งเสริมการประกอบอาชีพของผู้พิการ การประชาสัมพันธ์ผลการปฏิบัติงานของทางราชการ ตลอดจนการจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติในรูปแบบของเมืองต่างๆ เช่น 1. เมืองแห่งศิลปะ วัฒนธรรม ซึ่งมี การแสดงหนังตะลุง การแสดงมโนราห์และการแสดงพื้นบ้าน 2. เมืองแห่งสินค้าและอุตสาหกรรม OTOP ซึ่งมีการแสดงสินค้าและการจำหน่ายสินค้า OTOP ของจังหวัดสงขลาการแสดงผลิตภัณฑ์จากยางพารา 3. เมืองแห่งการเกษตร การแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการเกษตร ได้แก่ การจัดแสดงเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ ผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพรและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรต่างๆ และ 4. เมืองบริการยุคใหม่ เป็นการบริการของหน่วยงานราชการรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน
ในส่วนของรางวัลสลากกาชาดในปีนี้ รางวัลที่ 1 ได้แก่ รถยนต์อีซูซุ MU-X 1.9 จำนวน 1 รางวัล, รางวัลที่ 2 รถยนต์ มาสด้า 2 จำนวน 1 รางวัล, รางวัลที่ 3 รถจักรยานยนต์ HONDA WAVE 110 I จำนวน 5 รางวัล, รางวัลที่ 4 ทองรูปพรรณ หนัก 2 สลึง จำนวน 15 รางวัล, รางวัลที่ 5 ทีวี LED ขนาด “32”, รางวัลเลขท้าย 3 ตัว หมุน 3 ครั้ง พัดลม 18 นิ้ว จำนวน 80 รางวัล ซึ่งกำหนดออกรางวัลโดยการหมุนวงล้อในคืนวันอังคาร ที่ 30 เมษายน 2562 ณ เวทีกลาง สระบัวแหลมสมิหลาสงขลา ตั้งแต่เวลา 23.00 น. เป็นต้นไป
ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด /ข่าว
จิรพัฒน์-ชัยธวัช/ภาพ
20 เม.ย. 62
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2562
วันเสาร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2562
ความสุขยามเช้ากับมุ่งมั่นกาแฟอินดี้
ความสุขยามเช้ากับมุ่งมั่นกาแฟอินดี้
หากสิ่งที่มนุษย์นั้นต้องการคือความสุขแล้วต้องทำกันอย่างไร วันนี้แอดมินมีวิธีการมานำเสนอเพื่อให้หลายๆท่านที่ต้องการความสุขนำไปใช้ ตามหลักเกณฑ์แล้วนั้นการที่เราจะมีความสุขได้ในแต่ละวันเราต้องเริ่มหาความสุขแต่เริ่มวัน เพื่อให้ช่วงเวลาถัดไปจะทำให้เราได้เจอแต่สิ่งดีๆ
วันนี้แอดมินขอนำเสนอความสุขให้ทุกท่านได้ติดตาม นั้นก็คือร้านกาแฟมุ่งมั่น ที่มีบริการขายกันตรงบริเวณชายหาดชราทัศน์หลังลานดนตรี ทำไมถึงเป็นที่นี้ ผมเองเป็นคนชอบดื่มกาแฟ และทุกครั้งที่ดื่มกาแฟนั้นสิ่งสำคัญที่จะคู่กับกาแฟก็คือบรรยากาศ และร้านกาแฟอินดี้มุ่งมั่นนั้นสามารถตอบโจทย์ข้อนี้ได้ เพราะบรรยากาศยามเช้า เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นผ่านพื้นน้ำบวกกับแสงอ่อนๆแล้วจะทำให้เราได้ดูดซับความอบอุ่นของแสงแดดและรสชาดของกาแฟสด นี้จึงทำให้ผมรู้สึกถึงความสุขในยามเช้าของวัน
แอดมินได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าของร้านชื่อพี่โดม(fb โดมิจัง ตังมา พารวย) พี่โดมเล่าให้ฟังว่าเมื่อตอนแรกๆนั้น ได้มาส่งลูกเรียนหนังสือในโรงเรียนแห่งหนึ่ง แต่ด้วยความที่ตนเองนั้นชอบดื่มกาแฟและบวกกับมีเพื่อนๆที่ชอบดื่มกาแฟ จึงเริ่มทำกันกินก่อนด้วยการใช้กาแฟมอคค่าพอล ซึ่งได้รวมกลุ่มกันใกล้รั่วของ มทร.ศรีวิชัย สงขลา จากนั้นก็ได้มีคนมาขอซื้ออยู่เรื่อยๆ พี่โดมจึงได้ไปเรียน ศึกษา มาแล้วก็ได้เปิดร้านขายตรงบริเวณหาดชราทัศน์หลังลานดนตรี
พี่โดมเล่าต่ออีกว่า ปัจจุบันนี้มีนักดื่มกาแฟ ดื่มชา และผู้ที่ชื่นชอบบรรยากาศมาที่ร้านกันเพิ่มขึ้น ในแต่ละวันก็จะขายได้ถึง 100-200 แก้ว แต่ถ้าช่วงวันหยุดหรือมีกิจกรรมก็จะได้มากกว่าเดิมอีกด้วย
ร้านกาแฟอินดี้มุ่งมั่น แอดมินพูดได้เลยว่ารสชาดกาแฟของร้านมีความกลมกล่อมมากเลยทีเดียว และที่สำคัญนั้นหากใครได้มานั่งดูบรรยากาศด้วยก็จะทำให้ท่านนักดื่มทั้งหลายฟินไปตามๆกันเลย โดยร้านจะเปิดให้บริการทุกวันจันทร์ถึงวันเสาร์ หยุดทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 07.00 น.ถึง 11.00 น. ของทุกวันที่เปิดบริการ ใครที่ยังไม่เคยมาลองชิมต้องรีบมาได้เลยนะ จะได้มาสัมผัสความสุขเหมือนที่แอดมินสัมผัสและทุกคนที่มาชิมได้สัมผัส
ภาพ/ข้อมูล ลูกแม่จันทร์
ติดตามผ่านเพจ สองเลนิวส์
วันจันทร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2562
จังหวัดสงขลา ประกอบพิธีทำน้ำอภิเษกในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
จังหวัดสงขลา ประกอบพิธีทำน้ำอภิเษกในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระอุโบสถ วัดชัยมงคล พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา
วันนี้ (8 เมษายน 62) ณ พระอุโบสถวัดชัยมงคล พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจและประชาชนในจังหวัดสงขลา ร่วมประกอบพิธีทำน้ำอภิเษกในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตามโบราณราชประเพณี กำหนดให้มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในการสืบราชสันตติวงศ์ เพื่อความเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ ได้ยึดแบบอย่างการพระราชพิธีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ความสำคัญคือ "น้ำอภิเษก" ที่ทรงรับนั้น เป็นน้ำที่ได้พลีกรรมตักมาจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในราชอาณาจักรไทยจากทิศทั้ง 8 เพื่ออัญเชิญให้พระมหากษัตริย์ทรงแผ่พระราชอาณาปกครองประชาชนทั้ง 8 ทิศ โดยในส่วนของน้ำอภิเษก จากแหล่งน้ำศักด์สิทธิ์จังหวัดสงขลา อยู่ในทิศทักษิณ หรือ ทิศใต้
สำหรับ "น้ำอภิเษก" ที่ใช้ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ 10 เป็นน้ำจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ "น้ำสรงพระมุรธาภิเษก" จากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ 9 แห่ง และ "น้ำอภิเษก" เป็นน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ใน 76 จังหวัด จำนวน 107 แห่ง ซึ่งบางจังหวัดมีมากกว่า 1 แห่ง และจากหอศาสตราคม (สาด-ตรา-คม) ในพระบรมมหาราชวัง อีก 1 แห่ง รวมเป็น 108 แห่ง
จากนั้นในเวลา 16.00 น. นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้ประกอบพิธีจุดเทียนหน้าเครื่องสังเวยบูชาฤกษ์ตามพิธี พรามหณ์อ่านโองการบูชาฤกษ์ จากนั้นพระเทพสุธรรมญาณที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 18 เจ้าอาวาสวัดชัยมงคลพระอรามหลวงประธานสงฆ์ได้ประกาศชุมนุมเทวดา เจิมเทียนชัย เทียนมงคลและเทียนพุทธาภิเษก จนกระทั่งเวลา 17.10 น. ซึ่งตรงกับฤกษ์เวลา พระสงฆ์ 30 รูป สวดเจริญพระพุทธมนต์คาถา พร้อมกับการประโคมฆ้องชัย วงดนตรีบรรเลงเพลงมหาฤกษ์ พระสงฆ์เถรจารย์ และพระสงฆ์สวดภาณวาร ผลัดเปลี่ยนกันนั่งเจริญจิตภาวนาอธิษฐานจิต และสวดภาณวาร โดยในวันนี้ข้าราชการและประชาชนชาวสงขลาได้ร่วมพิธีสวดภาณวารจนถึงเวลา 22.00 น.
โดยในวันพรุ่งนี้ ( 9 เมษายน 2562) จะมีการประกอบพิธีบรรจุน้ำอภิเษก ลงใน "คนโทน้ำอภิเษก" และทำพิธีเวียนเทียนสมโภชน้ำอภิเษก ณ วัดชัยมงคล พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เริ่มพิธีในเวลา 09.00 น. เป็นต้นไป
ขอบคุณภาพ/ข้อมูล
ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด /ข่าว
ชัยธวัช มากมูล /ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
8 เม.ย. 62
วันเสาร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2562
จังหวัดสงขลา จัดพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดแหลมบ่อท่อ
จังหวัดสงขลา จัดพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดแหลมบ่อท่อ อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา เพื่อจัดทำน้ำอภิเษกในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
วันนี้ (6 เม.ย. 62) นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดแหลมบ่อท่อ ตำบลเกาะใหญ่ อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา โดยมีคณะรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการพลเรือน นายอำเภอ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมในพิธี
โดยในพิธีประธานถวายเครื่องราชสักการะพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จุดธูปเทียนบูชาเพื่อประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ พราหมณ์อ่านโองการบวงสรวงเพื่อบูชาเทพยดา เทพารักษ์ ผู้ดูแลรักษาสถานที่น้ำศักดิ์สิทธิ์ เมื่อถึงฤกษ์ในเวลา 11.52 น. ประธานอ่านคาถาพลีกรรมตักน้ำและตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ใส่ขันน้ำสาคร จากนั้นปิดฝาขันน้ำสาคร ห่อด้วยผ้าขาว ผูกริบบิ้นสีขาวและเชิญขันน้ำสาครและที่ตักไปยังขบวนรถแล้วเคลื่อนออกจากสถานที่แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์เพื่อไปขึ้นแพขนานยนต์ ข้ามฟากจากฝั่งหัวเขาแดง อำเภอสิงหนคร มายังอำเภอเมืองจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีการเชิญน้ำศักดิ์ข้ามทะเลสาบ ต่อจากนั้นเคลื่อนขบวนรถไปยังพระอุโบสถวัดชัยมงคล พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลาเพื่อประกอบพิธีทำน้ำอภิเษกในวันจันทร์ที่ 8 เมษายน 2562 และพิธีเวียนเทียนสมโภชน้ำอภิเษกวันอังคารที่ 9 เมษายน 2562 ณ พระอุโบสถวัดชัยมงคล พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา
สำหรับบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ วัดแหลมบ่อท่อ ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลเกาะใหญ่ ใกล้ที่วัดแหลมบ่อท่อ อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา มีประวัติเล่าสืบต่อกันมาว่า มีพระรูปหนึ่ง ชื่อ “พระสินนารายณ์” และ “ขุนวิชัยพรหมศานส์” ซึ่งเป็นฆราวาสได้เดินทางจากประเทศอินเดียสู่กรุงศรีอยุธยา เป็นผู้สร้างบ่อน้ำนี้ไว้ มีน้ำสะอาดใสตลอดปี สมัยก่อนชาวบ้าน เรียกว่า บ่อทอง เนื่องจากมีผู้เฒ่าหลายท่านเล่าสืบต่อกันมาว่าในบ่อน้ำมีทองแม่ขัน โดยเจ้าของทองนั้นได้เข้าฝันชาวบ้านว่าถ้าใครได้ทอง เมื่อวันคี่คืนดี ก็ให้ไปเอาได้ แต่มีข้อแม้อยู่ว่าเมื่อผู้ใดได้ทองไปแล้วจะต้องรับแผลเปื่อยเท่ากับหอยไปจนตาย ปรากฏว่าไม่มีใครกล้าเพราะกลัวจะทรมานไปจนตลอดชีวิต ตั้งแต่นั้นมาชาวบ้านเรียกว่า บ่อทองหรือบ่อทรัพย์มาตลอด
ในเชิงประวัติศาสตร์เมื่อ พ.ศ. 2432 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสหัวเมืองภาคใต้ เพื่อทอดพระเนตร เกาะสี่ เกาะห้า แล้วเสด็จกลับทางเรือและมาขึ้นฝั่งที่บ้านแหลมบ่อท่อ พระองค์ทรงรับสั่งให้สร้างที่ประทับขึ้นใกล้ๆกับบ่อท่อ ขณะที่พระองค์ประทับอยู่นั้นปรากฏว่าพระองค์มีอาการประชวรแต่เมื่อพระองค์ได้สงสนานพระวรกายด้วยน้ำในบ่อท่อนั้นแล้วก็ทรงหายจากการประชวร พระวรกายเป็นปกติ ตั้งแต่นั้นมาชาวบ้านก็ถือกันว่าบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์มีความเป็นสิริมงคล จึงใช้น้ำในบ่อนี้ในการประกอบพิธีมงคลต่างๆบ้างก็นำมาใช้ในการรักษาการเจ็บป่วยจนถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้ในปี พ.ศ. 2530 กระทรวงมหาดไทย ได้ทำพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์จากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์วัดแหลมบ่อท่อไปร่วมพิธีปลุกเสกน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรพระมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เนื่องในพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542) และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2550 เวลา 15.49 น. กระทรวงมหาดไทยได้ทำพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์จากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์วัดแหลมบ่อท่อ ไปร่วมพิธีปลุกเสกน้ำพระพุทธมนต์เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรพระมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เนื่องในพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 80 พรรษา (5 ธันวาคม 2550) ซึ่งนำความปลื้มปีติแก่ชาวบ้านแหลมบ่อท่อและชาวบ้านใกล้เคียงอย่างหาที่สุดมิได้
ขอบคุณภาพ/ข้อมูล
ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด /ข่าว
ช่างภาพจิตอาสา/ภาพ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา 6 เม.ย. 62
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
























